กมธ.กีฬาหนุนกรมพลศึกษาขับเคลื่อนส่งเสริมกิจกรรมการกีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬาเพื่อมวลชน
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่รัฐสภาดร.บุญลือ ประเสริฐโสภา ประธานคณะกรรมาธิการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานประชุมคณะกรรมาธิการกีฬา ครั้งที่ 44 เพื่อพิจารณาการจัดการสนามกีฬาและสถานที่ออกกำลังกาย แผนการส่งเสริมกีฬาพื้นฐานและกีฬามวลชนของกรมพลศึกษา ความคืบหน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขอคืนพื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรมพลศึกษา โดย ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษา นำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม

ดร.นิวัตน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ อธิบดีกรมพลศึกษาชี้แจงว่า ผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้กรมพลศึกษาถูกปรับลดงบประมาณลงร้อยละ 40 ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดการแข่งขัน การจัดกิจกรรม ตลอดจนการสนับสนุนด้านการสร้างสนามกีฬาและการบริหารจัดการสนามกีฬาทั้งระบบ ซึ่งกรมพลศึกษาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการจัดกิจกรรมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยปฏิบัติตามมาตรการและข้อสั่งการจาก ศบค. ขณะเดียวกัน กรมพลศึกษา ยังต้องประสบปัญหาการเช่าที่ดินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ถูกเรียกคืนพื้นที่ คือ สระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ อาคารกีฬานิมิบุตร ซึ่งกรมพลศึกษาได้มีการต่อรองและเจรจามาตลอด โดยกรมพลศึกษามีแผนจะย้ายสถานที่ทำการไปบริเวณสถานีวิทยุการบินบางปิ้ง ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการที่มีความล่าช้าเพราะปัญหาหลายประการ
การประชุมคณะกรรมาธิการกีฬาได้เสนอแนวทางในหลายด้าน ซึ่งกรมพลศึกษา เป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนการส่งเสริมกีฬาขั้นพื้นฐาน ควรมีการวางแผนในการบริหารจัดการสนามกีฬาทั้งระบบ ตั้งแต่การคัดเลือกพื้นที่ ในการสร้างสนามกีฬาที่มีความพร้อม การก่อสร้าง การถ่ายโอนให้ท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นที่มีความพร้อม การถ่ายทอดความรู้ในการบริหารจัดการและการดูแลรักษาสนามให้สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ ตลอดจนการเข้าฟื้นฟูสนามเดิมที่ถูกทิ้งร้างไม่ได้รับการดูแลให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายสิริพงษ์ อังคากุลเกียรติ เลขานุการ กมธ.กีฬา กล่าวว่า กรมพลศึกษา ควรมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิกระทรวงศึกษาธิการ จังหวัด หน่วยงานท้องถิ่น สโมสรกีฬา องค์กรด้านการกีฬาต่าง ๆ ในการดำเนินกิจกรรมการกีฬาในเชิงรุก เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชน การจัดการแข่งขันระบบลีก (League) การประกวดวงโยธวาทิตระดับประเทศและระดับนานาชาติ กับการสนับสนุนการกีฬาในพื้นที่ชนบทที่ขาดแคลนและด้อยโอกาส เพื่อกระจายความช่วยเหลือ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เช่น ผู้สูงอายุในชนบท และประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องการการสนับสนุนและส่งเสริมด้านการกีฬา ทั้งองค์ความรู้อุปกรณ์กีฬา และสนามกีฬา เพื่อเสริมสร้างให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีความเข้มแข็ง
ดร.บุญลือ กล่าวว่า ประเด็นการเช่าพื้นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น คณะกรรมาธิการเห็นควรให้ กรมพลศึกษาคงอยู่ที่เดิม แต่หากต้องย้าย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ควรเร่งรัดผลักดันการดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อการดำเนินงานของกรมพลศึกษามีความต่อเนื่องและลดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานลง ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการกีฬา พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของกรมพลศึกษา ในการขับเคลื่อนและส่งเสริมกิจกรรมการกีฬาขั้นพื้นฐานและกีฬาเพื่อมวลชนของประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชนไทยที่จะมีสุขภาพแข็งแรงอย่างยั่งยืนต่อไป







