วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ 2026
  • Login
สมุทรปราการ
  • สมุทรปราการ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • สมุทรปราการ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
สมุทรปราการ
No Result
View All Result
Home ข่าว

“กราบ” ให้ตาย “ป๊อก” ก็ไม่เด้ง

สมุทรปราการ by สมุทรปราการ
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 2min read
161
0
102
SHARES
203
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

เผยแพร่: 30 ก.ค. 2565 05:55   ปรับปรุง: 30 ก.ค. 2565 05:55   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ – ควันหลงจาก “ศึกซักฟอก” การอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคลครั้งสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ที่ผ่านพ้นไป ที่สุดประเด็น “เนื้อหา” ความผิดพลาดบกพร่องของรัฐบาล ก็ถูกกลบด้วยประเด็น “เสียงโหวต” ทันที

แม้ 11 รัฐมนตรี ที่นำโดย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะได้รับเสียง ส.ส.เพียงพอในการทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไป โดยไม่มีใครตกเก้าอี้กลางสภาฯอย่างที่แยกเขี้ยวขู่กันก็ตาม

แต่เมื่อลงรายละเอียดของเสียงโหวตไว้ววางใจ-ไม่ไว้วางใจ-งดออกเสียง ที่แต่ละรัฐมนตรีได้รับไม่เท่ากันแล้ว ย่อมแฝง “นัย” ทางการเมืองที่ไม่อาจมองข้ามได้

ไม่ว่าจะเป็นคะแนนไว้วางใจสูงที่สุดของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ 268 ต่อไม่ไว้วางใจ 193 เสียง และงดออกเสียง 11 เสียง ตอกย้ำความเป็น “ผู้มีอำนาจตัวจริง” ของรัฐบาลชุดนี้ ปัจจัยที่ทำให้ “ลุงป้อม” ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นก็มาจาก 15 เสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย ภายใต้การนำของ “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรค ที่ลงคะแนนให้ “นายป้อม” เพียงคนเดียว

หรือจะเป็นรัฐมนตรี “อมบ๊วย” ผู้ได้รับคะแนนไว้วางใจต่ำที่สุด อย่าง “เสี่ยอู๊ด” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้คะแนนไว้วางใจเพียง 241 ต่อไม่ไว้วางใจ 207 เสียง และงดออกเสียง 23 เสียง ถือว่าได้รับเสียงโหวตเกือบ “คาบเส้น” หรือกึ่งหนึ่งของเสียง ส.ส.ปัจจุบันที่ 239 เสียง โดยแม้ “หัวหน้าอู๊ด” จะเคลียร์ปัญหาภายใน “ค่ายสะตอ” พรรคประชาธิปัตย์ได้ แต่ดันไปผิดคิวที่เพื่อนพรรคร่วมรัฐบาล อย่าง “ค่ายสุพรรณฯ” พรรคชาติไทยพัฒนา ที่หลุดไปงดออกเสียง 3 เสียง นำโดย “เฮียเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม, จุลพันธ์ โนนศรีชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ อนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด รวมถึง “ก๊วนพรรคเล็ก” ที่ไม่เทคะแนนสนับสนุนให้ทุกคน เป็นต้น

ที่กลายเป็นประเด็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คงไม่พ้น 6 ส.ส.สมุทรปราการ-บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในเครือข่าย “บ้านใหญ่อัศวเหม” ประกอบด้วย กรุงศรีวิไล สุทินเผือก, ฐาปกรณ์ กุลเจริญ, ภริม พูลเจริญ, ยงยุทธ สุวรรณบุตร, อัครวัฒน์ อัศวเหม และ ต่อศักดิ์ อัศวเหม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ซุ่มเงียบกดปุ่ม “ไม่ไว้วางใจ” รายของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้คะแนนไว้วางใจ 245 ต่อไม่ไว้วางใจ 212 เสียง และงดออกเสียง 13 เสียง จนทำให้ “บิ๊กป๊อก” ได้รับคะแนนไม่วางใจสูงสุดจากบรรดารัฐมนตรี 11 คน

ไม่เพียงเท่านั้น 6 เสียงเครือข่าย “บ้านใหญ่อัศวเหม” ยังโหวตไม่ไว้วางใจ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ทำให้ “เฮ้ง เมืองชลฯ” ได้รับคะแนนไว้วางใจเพียง 244 เสียง น้อยกว่าเพื่อนรัฐมนตรีร่วมพรรค ที่ถูกจับตามองว่าจะเป็น “เต็งบ๊วย” อย่าง “เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ “เฮียสันติ” สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต่างก็ได้คะแนนไว้วางใจ 249 เสียงเท่ากันเสียอีก

ทางกลุ่มปากน้ำเองก็ออกมาเปิดสาเหตุของการลงคะแนนสวนมติพรรคอย่างไม่มีเหนียมว่า ไม่ได้เจตนาจะล่วงเกินผู้ใหญ่ แต่เราตัดสินใจ และยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าอยู่ในกรอบที่สามารถทำได้ตามเอกสิทธิ์ ส.ส. เนื่องจากตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ส.ส.ในกลุ่มพยายามผลักดันการพัฒนาพื้นที่มาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง ประชาชนก็มีคำถามว่า มี ส.ส.ตั้งหลายคน แต่ทำไมไม่มีผลงานเลย ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็เข้าใจ

“ส.ส.ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหนก็อยากให้หัวหน้าพรรคมีตำแหน่งที่ดีที่สุดในรัฐบาล การสนับสนุนให้ พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่เรื่องแปลก ควรได้ตำแหน่งที่เหมาะกับการเป็นหัวหน้าพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาล” ต่อศักดิ์ อัศวเหม ชี้แจงเหตุผลในการลงมติไม่ไว้วางใจ “บิ๊กป๊อก”

ส่วนกรณีโหวตคว่ำ “เสี่ยเฮ้ง” นั้น ก็เป็นเรื่องของพื้นที่ที่มีรายการ “ล้ำเส้น” กัน ด้วยระยะหลัง “สุชาติ” ซึ่งเป็น “ขาใหญ่ชลบุรี” เริ่มสยายปีกกินพื้นที่ไปยังจังหวัดข้างเคียง ไม่เพีรยงครอบคลุมทั้งภาคตะวันออก ฉะเชิงเทรา,ระยอง, จันทบุรี และยังกินมาถึง “เมืองปากน้ำ” สมุทรปราการ ที่มีเจ้าถิ่นอย่าง “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ดูแลอยู่ด้วย

 

เรื่องนี้ “ต่อศักดิ์” ระบุไว้ว่า “เป็นเรื่องปัญหาการทำการเมืองท้องถิ่นทับซ้อนพื้นที่กัน และยืนยันว่า ส.ส. 6 คนในกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ทำงานครอบคลุมพื้นที่ทั้ง จ.สมุทรปราการ รักกันดีอยู่แล้ว พื้นที่ของเราดูแลได้ นายสุชาติมีพื้นที่ของตัวเอง กลับไปดูแลพื้นที่ของท่านให้ดีดีกว่า ตนคิดว่าชลบุรีมีปัญหาหนักกว่าที่สมุทรปราการ ก็ให้นายสุชาติดูแลพื้นที่ของตัวเองให้ดีก่อน ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่จะต้องเข้ามา จ.สมุทรปราการ แล้วสร้างความแตกแยกในสมุทรปราการ”



หากฟังด้วยใจเป็นกลางก็ต้องบอกว่า “เหตุผล” ของ “ก๊วนปากน้ำ” พอรับฟังได้ หากแต่ก็ย่อมต้องมีคำถามตามมาว่า ไปซด “ดีหมี หัวใจเสือ” มาจากไหน ถึงกล้าหักประกาศิต “ลุงป้อม” ที่ทุบโต๊ะสั่งให้ ส.ส.พลังประชารัฐ ลงมติไว้วางใจในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบรายหนึ่งเป็นถึง “พี่รองรัฐบาล” อย่าง “บิ๊กป๊อก” เจ้าของรหัส มท.1 เสียด้วย

บังเอิญไม่น้อยที่ “พี่ป้อม” อีกไม่กี่วันให้หลังวันลงมติ ดันมีคิวไปลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ นำมาซึ่งภาพที่ “ป๋าเอ็ดดี้” กรุงศรีวิไล สุทินเผือก ปัดฝุ่นงัดวิชาการแสดงดีกรีรางวัลตุ๊กตาทองในอดีตมาใช้ ปรี่เข้าไปกราบที่เท้า “นายป้อม” พร้อมกับขอร้องให้รับตำแหน่ง รมว.มหาดไทย หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ยิ่งไปกว่านั้น แทนที่ “ลุงป้อม” จะใช้โอกาสนี้เอ็ดตะโรกำราบ “เด็กดื้อ” ที่แตกแถวไม่ทำตามมติพรรค กลับมีทีท่าเข้าอกเข้าใจ พร้อมปลอบประโลมด้วยว่า หากมีการปรับ ครม. กลุ่มปากน้ำที่มี ส.ส. 6 คน จะได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

ทำเอา “งงเต็ก” ทั้งบาง ไม่เพียงไม่ตั้งแท่นสอบสวน และลงโทษ เหมือนเคยแล้ว ยังจะ “ตกรางวัล” ให้อีกต่างหาก

ไม่แปลกที่ “มาดามเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่เคยนำทีม ส.ส. “ดาวฤกษ์” โหวตสวน “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งหนึ่ง จนถูกตั้งกรรมการสอบ และตัดสิทธิประโยชน์ในฐานะ ส.ส.ของพรรค จะออกมาโพสต์แสดงความประหลาดใจ ในการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ว่า “คนหนึ่งโดนลงทัณฑ์ คนหนึ่งได้รับรางวัล”

การที่ “ลุงป้อม” ออกโรงมารับ-ส่งลูกเอง แบบไม่แสดงความประหลาดใจที่ “กลุ่มปากน้ำ” แตกแถวแม้แต่น้อย ก็ไม่พ้นข้อสงสัยว่า “รู้เห็น” หรืออาจ “เป็นใจ” ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติในสภาฯหรือไม่

หรือบางทฤษฎีก็ระบุว่า อาจไม่ใช่ฝีมือ “บิ๊กป้อม” พี่ใหญ่ขุมอำนาจ 3 ป.โดยตรง แต่เป็น “บิ๊ก ป.” อดีตนายตำรวจใหญ่ ผู้มากบารมีนอกรัฐบาล ที่ตั้งตัวเป็น “ป.คนที่ 4” อยู่เบื้องหลังในปฏิบัติการตบหน้า “บิ๊กป๊อก” สั่งสอน “เสี่ยเฮ้ง” ในครั้งนี้

แน่นอนว่าเป้าเป็นการเขย่าให้เกิดแรงกระเพื่อมเพื่อนำไปสู่การปรับ ครม. โดยหมายตาเก้าอี้ “มท.1” เหมือนหลายๆครั้งที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็เป็นการ “ตีวัวกระทบคราด” ฟาดไปถึงตัว “นายกฯตู่” ด้วย

ทั้งรายของ “พี่ป๊อก” ที่หมางเมินกับ “พี่ป้อม” มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และหันมาแพ็คแน่นกับ “น้องตู่” เพียงคนเดียว จนว่ากันว่า “พี่น้อง 3 ป.” ไม่เหมือนเดิมมานานแล้ว

ส่วน “เสี่ยเฮ้ง” ที่เคยเป็น “สายตรงลุงป้อม” ปัจจุบันเอียงมาทางเป็น “เด็กนายกฯ” มากกว่า หลังออกหน้าบู๊กับ “ผู้กองธรรมนัส” คนข้างกายของ “ลุงป้อม” มาตลอด รวมทั้งยังมีรายการ “ตีฝาก” จาก “บ้านใหญ่ชลบุรี” ที่ต้องการสั่งสอน “เสี่ยเฮ้ง” ด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่า “เสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์” มีความสนิทสนมกับ “เสี่ยแป๊ะ” สนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ที่เป็นคู่กรณีในพื้นที่ จ.ชลบุรีของ “เสี่ยเฮ้ง”

พูดได้ว่า การแหกมติพรรคของกลุ่มปากน้ำครั้งนี้ “พล.อ.ประวิตร” อาจจะไม่ถึงขั้น “รู้เห็น” กดปุ่มเปิดไฟเขียว แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางห้ามปราม คล้ายกับครั้ง “กบฏผู้กอง” เมื่อครั้งการอภิปรายไว้วางใจรัฐบาลเมื่อปีกลาย ที่ว่ากันว่า “บิ๊กป้อม” รู้มาก่อนว่า “ธรรมนัส” กับ “ผู้มากบารมีนอกรัฐบาล” กำลังทำงานใหญ่เขี่ย “นายกฯ ตู่” ตกเก้าอี้ แต่ก็ไม่ห้ามปราม

จับสังเกตได้อีก เมื่อในวันที่ “บิ๊กป้อม” ไปลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และประกาศยกเก้าอี้รัฐมนตรีให้กับกลุ่มปากน้ำ ราวกับมั่นใจว่าจะมีการปรับ ครม.ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน ไม่เท่านั้นยังถึงขั้นวางตัวรัฐมนตรีให้เสร็จสรรพ ทั้งที่เดิมจะท่องคาถามาตลอดว่า การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกฯ แต่เพียงผู้เดียว



ฟังผิวเผินอาจเป็นเพียงมุก “ยาหอม” เพื่อตรึง “ก๊วนปากน้ำ” ที่ถือเป็นพื้นที่ชิงชัยมีเก้าอี้ ส.ส.ถึง 8 ที่นั่งไว้กับพรรค ไม่ให้หวั่นไหวย้ายพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่อีกมุมก็ฟังได้ว่า “กดดัน” ไปถึง “บิ๊กตู่” ให้มีการปรับ ครม. โดยอาศัย “เชื้อ” จากมติไว้วางใจรัฐมนตรี จัดแถวกระชับอำนาจ ก่อนเข้าโค้งสุดท้ายที่รัฐบาลจะครบเทอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังมีโควตา 2 เก้าอี้รัฐมนตรีที่ว่างเว้นมานานเกือบปีแล้ว

อีกทั้งพรรคร่วมรับบาลอื่นๆอย่าง “ภูมิใจไทย – ประชาธิปัตย์” ก็มีเหตุที่ต้องปรับ ครม.ในส่วนของตัวเองเช่นกัน ทั้งรายของ “ครูโอ๊ะ” กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในโควตา “ค่ายเซราะกราว” ที่ต้องคดีบุกรุกป่าเขาใหญ่

หรือ “ค่ายสะตอ” ที่มีเรื่องของทั้งรายของ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ถูก ป.ป.ช.ยื่นฟ้องต่อศาลในคดีเมื่อครั้งเป็นนายก อบจ.สงขลา รวมไปถึงแรงกดดันภายในให้ปรับ “เสี่ยไก่” จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออก โทษฐานทำตัวเป็นคนนอก ไม่ร่วมสนับสนุนพรรค หากแต่ทั้ง 2 พรรคยังนิ่ง เพราะรู้ว่านายกฯ ไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อม

ถือเป็นจังหวะเหมาะที่จะเขย่าให้มีการปรับ ครม. และ “บิ๊กป้อม” ต้องลงทุนออกหน้าเดินเกมด้วยตัวเองอย่างเปิดเผย ชัดเจนว่าต้องการบีบ “บิ๊กตู่” ตรงๆ ด้วยเพราะ “มือไม้” ของ “บิ๊กป้อม” ในรัฐบาลชุดนี้แทบไม่เหลือ รัฐมนตรีในโควตาพลังประชารัฐล้วนแล้วแต่ต่อสายขึ้นตรงกับนายกฯ แทบทั้งสิ้น

ทั้งยังมีโจทย์สำคัญในการจัดทัพเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ที่มีเดิมพันใหญ่ ในการสืบทอดอำนาจ 3 ป.ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 สมัย

ดังจะเห็นได้จากการเดินเกมคู่ขนาน จุดพลุเรื่องการแก้ไขพลิกสูตรกติกาเลือกตั้งออกมาในช่วงที่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเดินเกมต่อทันทีในการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เพิ่งใช้มติเสียงข้างมากตีกลับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ไปยังคณะกรรมาธิการ เพื่อให้แก้ไขปรับปรุงสูตรบัตร 2 ใบ “หาร 500” สำหรับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ผ่านการลงมติไปแล้ว เพื่อกลับไปใช้สูตร “หาร 100”

โดยให้เห็นผลว่า ร่างสูตรหาร 500 เดินต่อไม่ได้ เนื่องจากกระทบเนื้อหาในมาตราอื่นอีกหลายมาตรา

อย่างไรก็ดีว่ากันว่า การตีกลับเพื่อให้แก้ไขเป็นเพียงการ “ปะผุ” ที่ไม่คิดจะนำสูตรบัตร 2 ใบ-หาร 100 ไปใช้จริง เพราะถือว่าเข้าทาง “ค่ายดูไบ” พรรคเพื่อไทย แบบเต็มๆ และทำท่าว่าจะมีการใช้เสียงข้างมาก ส.ส.-ส.ว.เพื่อตีตกร่างแก้ไข พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. เพื่อกลับไปเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่

ย้อนกลับไปถึงการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเฉพาะกติกาการเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อให้กลับไปใช้กติกา “บัตรใบเดียว” อย่างการเลือกตั้งปี 2562 และเปลี่ยนแปลงเพียงสัดส่วน ส.ส.เขต-บัญชีรายชื่อ เป็น 400 ต่อ 100 เสียง อย่างที่แก้ไขในคราวนี้ และไม่ต้องทุ่มเถียงกันเรื่องสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เนื่องจากบัตรใบเดียวบังคับให้ต้องหาร 500 ตามจำนวน สงส.ทั้งหมด เพื่อคำนวณ ส.ส.พึงมี หากพรรคใดได้จำนวน ส.ส.เขตมากกว่า ส.ส.พึงมี ก็จะไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อ นั่นเอง

เห็นได้จากท่าทีของ “ค่ายดูไบ” พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมตั้งแง่ “บอยคอต” ไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟื้นระบบเลือกตั้งปี 2562 ที่เอื้อให้กับ “ขุมอำนาจ 3 ป.” มากกว่า

เอาเข้าจริงการที่กระบวนการแก้ไขกติกาเลือกตั้งพลิกไปมา จนออก “ลูกมั่ว” คราวนี้ ก็มาจากความเห็นต่างภายใน “พี่น้อง 3 ป.” เองทั้งสิ้น ด้วยเบื้องแรก “บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก” ต่างไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขกติกา ตามคอนเซปต์ “รัฐธรรมนูญ 60 ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” แต่มีคำยืนกรานของ “บิ๊กป้อม” ที่ต้องแก้ไข โดยเชื่อว่าจะทำให้พรรคพลังประชารัฐในฐานะพรรคการเมืองใหญ่โตขึ้น และได้ ส.ส.มากกว่าเดิม

ทว่า แก้ไปแก้มา เมื่อใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คำนวณแล้วอย่างไร “ค่ายพลังประชารัฐ” รวมกับเครือข่ายพรรคร่วมรัฐบาล ก็สู้ “ค่ายดูไบ” ที่ถึงมั่นใจถึงขั้นประกาศแลนด์สไลด์ล่วงหน้าไม่ได้

หรือกระทั่งสูตรปาร์ตี้ลิสต์หาร 100 หรือหาร 500 เอง “พี่น้อง 3 ป.” ก็ยังเห็นไม่ตรงกัน ทำให้ “บิ๊กตู่” ต้องหักดิบ เรียกแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลมาถามหลายคนต่อหน้า “บิ๊กป้อม” พร้อมทั้งต่อสายสั่งการไปยัง ส.ว.เพื่อให้พลิกโหวตเป็นหาร 500 ในนาทีสุดท้ายด้วยตัวเอง จนถูกฝ่ายค้านยกมาเป็นประเด็นแทรกแซง “ฝ่ายนิติบัญญัติ” ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาด้วย

กลายเป็นบรรยากาศภายในของ “พี่น้อง 3 ป.” ที่ดูจะไม่ลงรอย และเห็นไม่ตรงกัน แทบทุกเรื่อง โดยเป็น “พี่ใหญ่” ที่ถูกมองว่า “เปลี่ยนไป” และมักเชื่อ “คนนอก” มากกว่า “น้องป๊อก-น้องตู่”

ไม่ว่าจะเป็นครั้งที่ “ธรรมนัส” อยู่ข้างกายเป็นกุนซือการเมืองให้ หรือจะเป็นรายของ “ป.คนที่ 4” ที่มีแนวทางสวนทางกับ “บิ๊กตู่” มาตลอดอยู่แล้ว

จนเชื่อได้ว่าเกมกดดันให้มีการปรับ ครม. ที่เจาะจงเลื่อยขาเก้าอี้ รมว.มหาดไทย ของ “บิ๊กป๊อก” ถึงขั้นมีการปล่อยข่าวว่าจะโยกไปนั่ง รมว.พลังงาน จะไม่ได้ผล และ “นายกฯ ตู่” ผู้ถืออำนาจปรับ ครม. และจัดวางตัวรัฐมนตรี จะไม่ “บ้าจี้” เล่นตามเกม “พี่ป้อม” อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ไทม์มิ่งการปรับ ครม.ที่เหมาะสมลงตัวที่สุด น่าจะเป็นช่วงหลังเคลียร์คัทปม “นายกฯ 8 ปี” ของ “บิ๊กตู่” ในช่วงหลังวันที่ 23 สิงหาคมนี้ ไปแล้ว หากรอดมาได้ แล้วมีตราแสตมป์ของศาลรัฐธรรมนูญว่า “พล.อ.ประยุทธ์” สามารถเป็นนายกฯได้อีกอย่างน้อย 2 ปี หากนับครั้งรับตำแหน่งนายกฯหลังรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลบังคับใช้ หรือยาวไปอีก 4 ปี นับจากวันรับตำแหน่งหลังเลือกตั้ง 2562 ก็ตาม

จังหวะที่ “บิ๊กตู่” สับเกียร์เดินหน้าเร่งเครื่องกู้คะแนนนิยม จัดทัพวางคนเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การเลือกตั้งต้นปี 2566 ที่ถือจะเป็น “สมรภูมิสุดท้าย” อันมีเดิมพันในการสืบทอดอำนาจ “พี่น้อง 3 ป.” ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 สมัย

ถึงวันนั้นก็จะชัดเจนว่าสูตรเลือกตั้งจะออกหน้าไหน และการปรับ ครม.ที่เชื่อว่า เกิดขึ้นแน่จะหน้าตาเป็นอย่างไร

โดยเชื่อว่าทิศทางของรัฐบาล 3 ป.หลังจากนี้ จะเดินต่อด้วยแนวทางที่ลดอิทธิพลของ “พี่ป้อม” ซึ่งโดนข้อหาเชื่อคนอื่นมากกว่าพี่น้องลงเรื่อยๆ บีบให้ “น้องเล็ก”ต้องเลือกอุ้ม “พี่รอง” มากกว่าตามใจ “พี่ใหญ่”

ทำให้เก้าอี้ มท.1 ของ “บิ๊กป๊อก” ก็จะยังเป็นเก้าอี้ที่มั่นคงเสริมใยเหล็กไม่แพ้เก้าอี้นายกฯ ของ “บิ๊กตู่”

ฉากที่ “ป๋ากรุง” สวมบทดาราตุ๊กตาทองกราบเท้า “นายป้อม” วันนั้น ก็คงได้แค่ภาพข่าวหน้าหนึ่ง ส่วนเก้าอี้ มท.1 ยังเป็นชื่อ “อนุพงษ์” ตามทำนอง “กราบไป ป๊อกก็ไม่เด้ง” เจ้ามืออย่าง “บิ๊กตู่” ที่ถืออำนาจปรับ ครม.ในมือย่อมกินรอบวงอยู่ดี

กลับกันหากกราบวันนั้น เป็นการขอร้องให้ “ลุงป้อม” พอเถอะ อาจได้เฮมากกว่า.


Tags: newsข่าวจังหวัดสมุทรปราการ
Previous Post

คอลัมน์ รอบบ้าน รอบเมือง ประจำวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2565

Next Post

“หนุ่ม 19” ทะเลาะแฟน น้่อยใจแม่ ปีนสะพานภูมิพล หวังฆ่าตัวตาย

สมุทรปราการ

สมุทรปราการ

ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม

Related Posts

บุกจับเว็บพนันออนไลน์-siambets-888-หลังจับลูกน้องไปทำร้ายร่างกาย-เหตุมีคนเล่นน้อย
ข่าว

บุกจับเว็บพนันออนไลน์ siambets 888 หลังจับลูกน้องไปทำร้ายร่างกาย เหตุมีคนเล่นน้อย

เมษายน 18, 2023
566000003271901.jpg
ข่าว

ปคม.รวบ 96 ชาวโรฮิงญา พร้อม 4 ผู้นำพาชาวไทยกลางไร่มันสำปะหลังสังขละบุรี เพื่อไปทำงานที่มาเลเซีย

เมษายน 6, 2023
566000003044901.jpg
ข่าว

เศร้า! ญาติเคลื่อนย้ายศพ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ออกจาก รพ.บุรีรัมย์กลับสมุทรปราการแล้ว “เนวิน” มาร่วมส่ง

มีนาคม 31, 2023
566000002399501.jpg
ข่าว

ชาวบ้าน 4 พันรายยื่นคัดค้านรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งเมืองกาญจน์ วอนขอ กกต.ผู้มีอำนาจเห็นใจ

มีนาคม 14, 2023
566000002288002.jpg
ข่าว

หนุ่มอุตรดิตถ์หนีประกันคดีฆ่าซุกท่าขี้เหล็ก ถูกแฟนสาวไทยแทงดับคาห้องพักสถานบันเทิง 1G1

มีนาคม 10, 2023
ฝุ่น-pm2.5-วิกฤตขึ้นระดับสีแดง
ข่าว

ฝุ่น PM2.5 วิกฤตขึ้นระดับสีแดง

กุมภาพันธ์ 2, 2023
Next Post
“หนุ่ม-19”-ทะเลาะแฟน-น้่อยใจแม่-ปีนสะพานภูมิพล-หวังฆ่าตัวตาย

"หนุ่ม 19" ทะเลาะแฟน น้่อยใจแม่ ปีนสะพานภูมิพล หวังฆ่าตัวตาย

บทความ แนะนำ

No Content Available

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนถ่ายสินค้า การค้าวัสดุก่อสร้าง การติดตั้งไฟฟ้าสายหลัก การปั้มโลหะ การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตกาว การผลิตน้ำแข็ง การผลิตรองเท้า การผลิตเคมีภัณฑ์ การผลิตและบรรจุยา การผสม บรรจุ กรด ด่าง การรีดโลหะ ผลิตเหล็ก การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การเคลือบ ชุบ อาบขัดโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริษัท ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.สมุทรปราการ เขต 1 สพป.สมุทรปราการ เขต 2 สพม.เขต 6 สมาคม สำนักงานจัดการเดินทาง หน่วยงานราชการ อบต. เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป ให้เช่ายานพาหนะ

เกี่ยวกับเรา สมุทรปราการ



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!