
จากกรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. เพื่อกล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับบริษัทแห่งหนึ่ง (Primaya) และบุคคลอื่นๆ ซึ่งใช้ข้อความอันเป็นเท็จอ้างว่าลงทุน 6,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน ได้เงิน 15 ล้านบาท ตามความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และข้อหาฉ้อโกงประชาชน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงระบุว่าบริษัทดังกล่าวยังเคยถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ดำเนินคดีในเรื่องการขายยาลดน้ำหนักที่มีการใส่สารต้องห้ามนั้น
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. เปิดเผยกรณีดังกล่าวว่า ตามปกติแล้วหากมีการทำการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาลดน้ำหนักทางออนไลน์ ทาง บก.ปคบ. จะทำการล่อซื้อเพื่อนำมาตรวจสอบอยู่แล้ว โดยเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2564 เจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทดังกล่าวทางเฟซบุ๊ก จากการตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และเมื่อใช้ชุดตรวจเบื้องต้น ก็พบว่ามีสารต้องห้าม จึงได้ขอหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจยึดผลิตภัณฑ์ และส่งตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2564 และได้รับแจ้งผลตรวจว่ามีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 1 เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา
พ.ต.อ.เนติ กล่าวอีกว่า สำหรับสารไซบูทรามีน จะมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกหิว พนักงานสอบสวนจึงทำการขออนุมัติศาลสมุทรปราการออกหมายจับกรรมการบริษัท 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันจำหน่าย และมีไว้เพื่อจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 1 (ไซบูทรามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” และขอหมายค้นบ้านของกรรมการบริษัท และบริษัทที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา และสามารถจับกุมกรรมการทั้ง 2 รายได้ที่บ้านพักในวันรุ่งขึ้น ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธในชั้นจับกุม โดยอ้างว่าเป็นการว่าจ้างโรงงานแห่งหนึ่งทำการผลิต นอกจากนี้ยังได้เข้าตรวจค้นบริษัทครั้งที่ 2 ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ครั้งที่ 2 ไม่พบว่ามีส่วนผสมของสารไซบูทรามีนแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าค้นโรงงานที่ทำการผลิต 2 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ทำการผลิตส่งกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ตรวจสอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ทั้งนี้ ในปัจจุบันทางบริษัทพรีม่าไม่ได้ทำการว่าจ้างบริษัทดังกล่าวให้ทำการผลิตแต่อย่างใด ส่วนเรื่องคดีความนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นทางคดี
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่






