เผยแพร่: ปรับปรุง: โดย: ผู้จัดการออนไลน์
ศูนย์ข้อมูลฯระบุราคาที่ดินกทม.-ปริมณฑลขยายตัวในอัตราที่ลดลง เมื่อเทียบช่วง5ปีก่อนหน้า ชี้รัฐจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง90% ส่งผลอสังหาฯชะลอซื้อที่ดินลดภาระต้นทุนภาษี ล่าสุดรายงานดัชนีราคาที่ดินเปล่า กทม.- ปริมณฑล เผยไตรมาส 2/65 แตะ 354.5 จุด ขยายตัว เพิ่ม 4% จากไตรมาสก่อน หรือขยายตัวเพิ่ม 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า ปัจจัยที่ทำให้ราคาที่ดินเปล่ามีการเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลง มาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 และล่าสุดยังได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างรัสเซีย และยูเครน ที่อาจจะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 65 ขยายตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ ผู้ประกอบการที่รัฐบาลได้ประกาศจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มอัตราโดยไม่ได้รับส่วนลด 90% เหมือนเช่นในปี62 – 63 ที่ผ่านมา จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องพิจารณาการซื้อที่ดินสะสมลดลง เพื่อควบคุมภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นต้นทุนในการพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
นอกจากนี้ จะสังเกตได้ว่าในไตรมาส 2 ปี 65 นี้ พบว่า 5 อันดับแรกที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ดังนี้ อันดับ 1 ที่ดินในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง มีอัตราการเปลี่ยนราคามากถึง 40.5 % อันดับ 2 ที่ดินในโซนบางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย มีอัตราการเปลี่ยนราคา 24.2% อันดับ 3 ที่ดินในโซนเมืองนนทบุรี-ปากเกร็ด มีอัตราการเปลี่ยนราคาราคา23.6% อันดับ 4 ที่ดินในโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ มีอัตราการเปลี่ยนราคา 12.3% และ อันดับ 5 ที่ดินในโซนเมืองสมุทรปราการ -พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ มีอัตราการเปลี่ยนราคา8.5%
จากภาวะราคาที่ดินที่มีการเปลี่ยนแปลงข้างต้น สะท้อนให้เห็นว่า ที่ดินที่อยู่บริเวณพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯและปริมณฑลมีการเปลี่ยนแปลงของราคามาก เนื่องจากยังมีราคาไม่แพงและยังมีความต้องการนำไปใช้ในการพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น ขณะที่ราคาที่ดินในเขตชั้นใน และชั้นกลางของกรุงเทพฯมีราคาที่สูงอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการปรับตัวขึ้นบ้าง แต่ก็ทำให้อัตราการเปลี่ยนแปลงไม่มากสูงดังเช่นในพื้นที่ชานเมือง
สำหรับราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนาในแนวเส้นทางที่มีรถไฟฟ้าผ่านในไตรมาสนี้ พบว่าเส้นทางรถไฟฟ้า5 อันดับแรกที่มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้นสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นที่ดินที่อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าและเส้นทางที่มีแผนการก่อสร้างในอนาคต อันดับ1 สายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศาลายา) มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่ม10.3% โดยเขตทวีวัฒนา และเขตตลิ่งชันราคาปรับขึ้นมาสุด อันดับ2 สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้น10.2% โดยเขตหลักสี่ และเขตคันนายาว เป็นบริเวณที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มมากที่สุด อันดับ3 สายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น8.53% บริเวณอำเภอเมืองและอำเภอบางบัวทองราคาปรับเพิ่มมาที่สุด
อันดับ4 สายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต และสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว โดยราคาที่ดินทั้ง2 เส้นทาง มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น8.51% โดยพบว่าอำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นบริเวณที่มีราคาที่ดินเพิ่มขึ้นมาก และ อันดับ5 สายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑล สาย4) ซึ่งเป็นโครงการที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต มีอัตราการขยายตัวของราคาที่ดินเพิ่มขึ้น8.1% โดยราคาที่ดินในเขตหนองแขม และเขตบางแค เป็นบริเวณที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุด







