วันศุกร์ที่ 16 มกราคม 2026
  • Login
สมุทรปราการ
  • สมุทรปราการ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • สมุทรปราการ
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
สมุทรปราการ
No Result
View All Result
Home ข่าว

1 ปี 'หมิงตี้' ปมสารเคมีตกค้าง-ฝ่าฝืน กม.!!

สมุทรปราการ by สมุทรปราการ
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
215
0
136
SHARES
272
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

นับเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันสำหรับกรณีไฟไหม้โรงงานหมิงตี้เคมิคอล ซอยกิ่งแก้ว 21 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทราปราการ  ช่วงเช้ามืดวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ทำให้มีคนตายและบาดเจ็บจำนวนมาก  แรงระเบิดภายในโรงงานส่งผลให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายวงกว้าง ถือเป็นเหตุการณ์อุบัติภัยสารเคมีครั้งประวัติศาสตร์ของบ้านเรา 

ถึงตอนนี้ผ่านมา 1 ปีเต็ม ในวันที่โรงงานผลิตและแปรรูปพลาสติกยังถูกปิด ชาวบ้านกลับมาอยู่อาศัยได้เหมือนเคย แต่หลายคนยังไม่ลืมเลือนความน่าสะพรึงกลัวของเหตุการณ์ครั้งนั้น จนถึงปัจจุบันยังคงเหลือสารเคมีตกค้างในพื้นที่ คดีความยังไม่จบ มีการเรียกร้องความรับผิดชอบและเงินเยียวยาจากผู้เกี่ยวข้องตามความจริง และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม  ซึ่งโจทย์ในกรณีนี้ก็คือ บริษัท หมิงตี้ พร้อมเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพในการจัดการป้องกันมลพิษอุตสาหกรรม เกรงว่าจะเกิดซ้ำอีก อย่างที่ไทยต้องเผชิญมาเป็นระยะ

เพราะหากย้อนสถิติอุบัติภัยจากสารเคมีรั่วไหล เหตุระเบิด เพลิงไหม้จากสารเคมีที่เป็นวัตถุอันตราย ซึ่งเก็บรวบรวมโดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ตั้งแต่ปี 2560-2565  เกิดเหตุมากถึง 203 ครั้ง  ส่วนใหญ่เป็นเพลิงไหม้โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปพลาสติก  โกดังเก็บสารเคมี โรงงานรีไซเคิล ร้านรับซื้อของเก่าไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง

บทเรียนหมิงตี้ต้องจดจำและปิดจุดอ่อนในการจัดการมลพิษอุตสาหกรรม  เหตุนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.)  ศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษอากาศ (ศวอ.) มูลนิธิบูรณะนิเวศ และสมาคมนักผังเมืองไทย เปิดเวทีเสวนา “ครบรอบ 1 ปี หมิงตี้เคมิคอล : หลังเพลิงสงบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน” แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหาทางป้องกันวิกฤตสารเคมีรั่วไหล

ศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่าสืบเนื่องจาก กสม. ได้ลงพื้นที่กรณีโรงงานหมิงตี้ฯ ระเบิดและเพลิงไหม้ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน นำมาสู่การตรวจสอบกรณีดังกล่าว ผ่านมาหนึ่งปี ข้อมูล ณ วันที่ 6 มิ.ย.65 ยังคงเหลือสารเคมีตกค้างอยู่ในพื้นที่ใต้ซากอาคาร และถังเก็บสารเคมีบางส่วน ยังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการรื้อถอน เคลื่อนย้าย เพื่อป้องกันเหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลระหว่างดำเนินการ และการจัดหาบริษัทมากำจัดสารเคมี ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายสิ่งแวดล้อมเกี่ยวกับสิทธิชุมชน ได้รับรองสิทธิในการดำรงชีวิตในสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่ดี และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งภาคเอกชนต้องทำตามแนวทางธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

“ จากการตรวจสอบกระบวนการขออนุญาตประกอบกิจการโรงงาน พบว่า หมิงตี้ฯ ได้ขยายโรงงานครั้งที่ 1 ปี 2544 ครั้งที่ 2 ปี 2562 โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเคร่งครัด  เพิ่มกำลังแรงม้าเครื่องจักร  เพิ่มกำลังผลิตรวมเป็น 36,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นจากครั้งแรกถึง 15 เท่า  เพิ่มวัตถุดิบ ขยายพื้นที่สร้างอาคารจัดเก็บสารเคมีอันตรายและติดไฟ เพิ่มอันตรายจากการทำโรงงาน เมื่อเกิดเหตุระเบิดจึงสร้างความเสียหายและกระทบสุขภาพเป็นวงกว้าง กสม.เห็นว่า กรณีนี้ฝ่าฝืนกฎหมายผังเมืองที่มีเจตนารมณ์คุ้มครองสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน  เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งกรมโยธาและกรมโรงงานต้องตรวจสอบ  “ ศยามล กล่าว

ประเด็นการช่วยเหลือและเยียวยาจากเหตุการณ์หมิงตี้ฯ  ศยามล กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุ ปภ.จัดทำแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คพ.ทำแผนปฏิบัติบัติการฉุกเฉินจากสารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อสนับสนน แต่ตรวจสอบพบว่า มีการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เก็บสารเคมี และฐานข้อมูลตาม พรบ.วัตถุอันตราย  แต่อปท. และสาธารณชนไม่รับทราบ  ทำให้การทำงานบรรเทาสาธารณภัยขาดข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ส่งผลระงับเหตุล่าช้า

การตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้น วันที่ 6 ก.ค. 64 คพ.พบฟอร์มัลดีไฮด์สูงกว่าค่าปลอดภัยในพื้นที่โรงงาน  วันที่ 7-8 ก.ค.64 พบสไตรีนโมโนเมอร์เกินค่าความปลอดภัย มีการรวบรวมพยานหลักฐานและประเมินค่าใช้จ่ายในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม ส่วนหน่วยงานสาธาณสุขเฝ้าระวังและคัดกรองสุขภาพประชาชน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ติดตามสุขภาพในระยะ 1 เดือน  6 เดือน และ 1 ปี หลังเกิดเหตุ

“ แม้โรงงานหมิงตี้ฯ จะได้ใช้ประโยชน์ที่ดินก่อนจะมีกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมือง  แต่ข้อเท็จจริงผังเมืองและการควบคุมอาคารในพื้นที่ยังไม่ได้พิจารณามาตรการป้องกันผลกระทบจากโรงงานเท่าที่ควร  ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มีโรงงานที่เสี่ยงอันตรายจากการประกอบกิจการโรงงานหรือครอบครองวัตถุอันตรายถึง 203 แห่ง หน่วยงานระดับภูมิภาคและท้องถิ่นขาดข้อมูลเหล่านี้ ไม่มีเครื่องมือ อุปกรณ์ และคนในการตรวจสอบมลพิษฉุกเฉินจากอุบัติภัยสารเคมี  นอกจากนี้ จังหวัดสมุทรปราการเป็นเขตควบคุมมลพิษตั้งแต่ปี 2537  แต่แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม ไม่ครอบคลุมกำจัดมลพิษสารเคมีหรือวัตถุอันตราย “ ศยามล กล่าว

เวทีนี้ กสม.เสนอมาตรการที่เหมาะสมป้องกันละเมิดสิทธิมนุษยชน ให้จังหวัดสมุทรปราการ ติดตามผลการชดเชยและเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหายให้ครบถ้วนครอบคลุม ทั้งความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย ทรัพย์สิน สุขภาพอนามัย ให้กรมโรงงานตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเรียกค่าใช้จ่ายที่รัฐเข้าช่วยเหลือ เคลื่อนย้าย บำบัด หรือขจัดความเสียหายที่เกิดจากวัตถุอันตรายตามกฎหมายสัตถุอันตราย  ให้ คพ. เรียกค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมทั้งติดตามตรวจสอบสารเคมีตกค้างในพื้นที่โรงงานและพื้นที่ใกล้เคียงจนกว่าจะแล้วเสร็จต่อไป

ส่วนข้อเสนอในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ให้คณะกรรมการผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ และ อบจ.สมุทรปราการ ทบทวนผังเมืองรวมจังหวัดสมุทรปราการ หากพบว่าโรงงานใดใช้ประโยชน์ที่ดินผิดประเภทอาจกระทบต่อสุขลักษณะประชาชน สวัสดิภาพสังคม ให้พิจารณาระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินหรือกำหนดมาตรการการใช้ประโยชน์ที่ดินเข้มงวด

รวมถึงให้ตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศที่ได้ขยายโรงงานในที่ดิน ซึ่งใช้ประโยชน์ก่อนมีการบังคับใช้กม.ผังเมืองรวม เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงเกิดอุบัติภัย หากเสี่ยงน้อยให้กำหนดมาตรการความปลอดภัยหรือแนวทางการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เหมาะสม หากมีการใช้ที่ดินผิดไปจากกม.ผังเมือง  ให้นำมาตรการตาม กม.ผังเมืองมาปรับใช้ตามหลักเกณฑ์ รวมถึงปรับปรุงระเบียบกฎหมายการขยายโรงงาน  รวมทั้งให้มีการจัดตั้งกองทุนโดยให้ผู้ประกอบการนำส่งเงินในสัดส่วนที่เหมาะสม อีกทั้งเสนอให้ปรับปรุงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละท้องที่ เพิ่มมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจากการประกอบกิจการ ส่วนกระทรวงทรัพย์ผลักดันให้มีกฎหมายเปิดเผยข้อมูลการปลดปล่อยสารเคมี

ครบ 1 ปี หมิงตี้ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า บทเรียนจากหมิงตี้โมเดลต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย แต่ผ่านมา 1 ปี เรายังไม่เห็นการจัดทำผังเมืองและบังคับใช้กฎหมายผังเมืองที่คุ้มครองสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ยังไม่เห็นมาตรการรับมือภัยพิบัติจากอุตสาหกรรมสารเคมี  เราไม่เห็นการติดตามเฝ้าระวังด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะพิษภัยแฝงเร้นและภัยเรื้อรัง กรณีหมิงตี้พบฟอร์มัลดีไฮด์ฟุ้งกระจาย ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

“ การชดเชยเยียวยาผู้เสียหาย ประเทศไทยควรมีกฎหมายชัดเจน ถ้าต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมต่อไป   รวมถึงออกกฎหมาย PRTR ว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลปล่อยมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารอันตราย เพราะจากการสำรวจประเภทโรงงานที่ใช้สารเคมีใกล้เคียงกับโรงงานหมิงตี้กระจายตัวใน กทม. มากถึง 969 โรง นครปฐมมี 389 โรง นนทบุรี 104 โรง ปทุมธานี 268 โรง สมุทรสาคร 1,000 กว่าโรง เรามีระเบิดเวลาใกล้ตัวตลอดเวลา  “เพ็ญโฉมย้ำต้องเร่งป้องกัน

ด้าน ธีรพร วิริวุฒิกร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ คพ. เสนอแนะผ่านเวทีนี้ว่า การป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติภัยสารเคมีซ้ำอีก ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผู้ประกอบการโรงงานกำหนดวิธีปฏิบัติงานสำหรับกิจกรรมและพื้นที่ใช้สารเคมี แจ้งรายชื่อสารเคมี ปริมาณ แผนผังแสดงจุดเก็บ ครอบครอง และผลิต แจ้งรายชื่อสารเคมี ปริมาณและแผนผังจุดเก็บ  หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลให้ตรวจสอบโรงงานสม่ำเสมอ  บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด สร้างความตระหนักรู้ชุมชนรอบโรงงานเรื่องอันตรายจากสารเคมีในโรงงาน หน่วยงานสนับสนุนจัดทำแผนปฏิบัติการตอบโต้ฉุกเฉินมลพิษสารเคมี ที่สำคัญประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบโรงงานร่วมกับหน่วยงานรัฐ

เพิ่มเพื่อน

Tags: newsข่าวจังหวัดสมุทรปราการ
Previous Post

P

Next Post

กมธ.งบฯ 66 ตามความคืบหน้าอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก – เสนอ 3 จว.ชายแดนใต้เป็นมหานครเศรษฐกิจโลกมุสลิม

สมุทรปราการ

สมุทรปราการ

ป้อมยุทธนาวี พระเจดีย์กลางน้ำ ฟาร์มจระเข้ใหญ่ งามวิไลเมืองโบราณ สงกรานต์พระประแดง ปลาสลิดแห้งรสดี ประเพณีรับบัว ครบถ้วนทั่วอุตสาหกรรม

Related Posts

บุกจับเว็บพนันออนไลน์-siambets-888-หลังจับลูกน้องไปทำร้ายร่างกาย-เหตุมีคนเล่นน้อย
ข่าว

บุกจับเว็บพนันออนไลน์ siambets 888 หลังจับลูกน้องไปทำร้ายร่างกาย เหตุมีคนเล่นน้อย

เมษายน 18, 2023
566000003271901.jpg
ข่าว

ปคม.รวบ 96 ชาวโรฮิงญา พร้อม 4 ผู้นำพาชาวไทยกลางไร่มันสำปะหลังสังขละบุรี เพื่อไปทำงานที่มาเลเซีย

เมษายน 6, 2023
566000003044901.jpg
ข่าว

เศร้า! ญาติเคลื่อนย้ายศพ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ออกจาก รพ.บุรีรัมย์กลับสมุทรปราการแล้ว “เนวิน” มาร่วมส่ง

มีนาคม 31, 2023
566000002399501.jpg
ข่าว

ชาวบ้าน 4 พันรายยื่นคัดค้านรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งเมืองกาญจน์ วอนขอ กกต.ผู้มีอำนาจเห็นใจ

มีนาคม 14, 2023
566000002288002.jpg
ข่าว

หนุ่มอุตรดิตถ์หนีประกันคดีฆ่าซุกท่าขี้เหล็ก ถูกแฟนสาวไทยแทงดับคาห้องพักสถานบันเทิง 1G1

มีนาคม 10, 2023
ฝุ่น-pm2.5-วิกฤตขึ้นระดับสีแดง
ข่าว

ฝุ่น PM2.5 วิกฤตขึ้นระดับสีแดง

กุมภาพันธ์ 2, 2023
Next Post
12411_g_20220707165356.jpg

กมธ.งบฯ 66 ตามความคืบหน้าอาเซียนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก - เสนอ 3 จว.ชายแดนใต้เป็นมหานครเศรษฐกิจโลกมุสลิม

บทความ แนะนำ

No Content Available

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนถ่ายสินค้า การค้าวัสดุก่อสร้าง การติดตั้งไฟฟ้าสายหลัก การปั้มโลหะ การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตกาว การผลิตน้ำแข็ง การผลิตรองเท้า การผลิตเคมีภัณฑ์ การผลิตและบรรจุยา การผสม บรรจุ กรด ด่าง การรีดโลหะ ผลิตเหล็ก การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การเคลือบ ชุบ อาบขัดโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ บริการซัก อบ รีด บริษัท ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.สมุทรปราการ เขต 1 สพป.สมุทรปราการ เขต 2 สพม.เขต 6 สมาคม สำนักงานจัดการเดินทาง หน่วยงานราชการ อบต. เอสเอ็มอี แฟรนไชส์ โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป ให้เช่ายานพาหนะ

เกี่ยวกับเรา สมุทรปราการ



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!