วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.01 น.
บช.น.แถลงผลจับกุมผู้ค้ายารายใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พบของกลางจำนวนมากทั้งยาไอซ์-ยาเค 40 กิโลกรัม รับสารภาพทำมา 2 ครั้งค่าจ้างครั้งละ 6 หมื่นบาท ขยายผลจากมือถือพบคนสั่งการใช้ชื่อ”สจ.ดอนเมือง”
วันที่ 3 พ.ย.64 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ ผบก.น.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ร่วมแถลงข่าวจับกุมพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านสมุทรปราการ โดยเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมาได้ จับกุม นายยงยุทธ หรือโฟล์ค อายุ 23 ปี บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 69/171 ซ.อุดมสิน ถ.สุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองจ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามี น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม เคตามีนน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม มือถือ 2 เครื่อง ชุดทดสอบสารเสพติดน้ำยามาควิสสำหรับเมทแอมเฟตามีน จำนวน 1 อัน ชุดทดสอบสารเสพติดน้ำยามาควิสสำหรับเคตามีน จำนวน 1 อัน และรถยนต์ยี่ห้อ MAZDA ในการขนย้ายยาเสพติด จำนวน1คัน
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่า นายโฟล์คมีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ และรถยนต์ขนย้ายยาเสพติด และนำไปเก็บไว้เพื่อรอส่งมอบให้กับลูกค้าที่บ้านเลขที่ 69/171 ซ.อุดมสิน ถ.สุขุมวิท ต.ท้ายบ้าน อ.เมืองสุมทรปราการ จ.สมุทรปราการ เป็นจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่จึงได้สืบหาข้อมูลและ แสดงตัวขอทำการตรวจค้น และจากการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์มือถือพบการสนทนาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์เกี่ยวกับยาเสพติดยาซึ่งผู้ต้องหาได้ รับสารภาพว่ายังมียาเสพติด อีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว จึงได้เร่งขอหมายศาลเข้าทำการตรวจค้น และพบของกลาง จึงได้ตรวจยึดไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนายยงยุทธอย่างละเอียดอีกครั้ง พบการสนทนา กับบุคคลที่ใช้ไลน์ชื่อว่า “สจ.ดอนเมือง” ทราบเพียงชื่อเล่นว่าอาร์ท เป็นผู้สั่งการให้นำยาเสพติดของกลางที่ตรวจยึดไปเก็บรักษาที่บ้านพักหลังดังกล่าวและรอส่งมอบให้กับลูกค้าตามคำสั่งการ โดยรับสารภาพว่าทำมาแล้ว จำนวน 2 ครั้ง ตั้งแต่เดือน ก.ย.- ต.ค.64 โดยผู้ที่ใช้ชื่อไลน์ว่า “สจ.ดอนเมือง” ได้ตกลงที่จะให้ค่าจ้างเป็นเงินครั้งละประมาณ 60,000 บาท ต่อครั้ง แต่ผู้ถูกจับกุมยังไม่ได้รับค่าจ้างแม้แต่เพียงครั้งเดียว จากนั้นได้นำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


-001







